รศ.พญ.บุษบา  วิวัฒน์เวคิน

การแพ้ตีนในอาหาร (food protein allergy) ซึ่งอาจจะเป็นอาการแพ้โปรตีนนมวัวหรือโปรตีนอื่นๆ เช่น ถั่ว ไข่ขาว ปลา เป็นต้น  สามารถพบได้ในเด็กทุกวัย แต่ที่พบบ่อยมากคือการแพ้โปรตีนนมวัวในวัยทารก เนื่องจากมีการกินนมแม่ลดลง  ทารกเกิดก่อนกำหนดเพิ่มมากขึ้น และมีสารก่อแพ้เป็นมลภาวะรอบตัวเพิ่มขึ้น  อาการแพ้โปรตีนนมวัวส่วนใหญ่เป็นภาวะแพ้ชั่ว ดังนั้นเด็กจึงหายจากโรคได้เมื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม และเมื่อเด็กเจริญวัยขึ้นก็ควรได้รับการแนะนำ อย่างถูกต้องในการเลือกรับประทานอาหาร โดยหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เกิดการแพ้
พยาธิสรีรวิทยาของอาหาร
เมื่อโปรตีนในอาหารเข้าสู่ทางเดินอาหาร ร่างกายตอบสนองต่อโปรตีนนั้น (1)
                1.  Systemic priming ทำให้เกิด allergic disease
                2.  Systemic tolerance จะไปกด cell-mediated immunity และ humoral
                    immunity
                3.  Mucosal IgA (IgM) response
สารก่อแพ้ (allergen) มักจะเป็นโปรตีนหรือไกลโคโปรตีนที่มีน้ำหนักโมเลกุลอยู่ระหว่าง 10-60 KDa (2) และทนต่อการสลายด้วยความร้อน ขบวนการย่อยโดยเอนไซม์ในทางเดินอาหารโมเลกุลของโปรตีนขนาดใหญ่ถูกดูดซึมเข้าเยื่อบุลำไส้ มี permeability เพิ่มขึ้นได้ในทารก ซึ่งเยื่อบุพัฒนาไม่เต็มที่หรือเยื่อบุบาดเจ็บหลังการติดเชื้อในทางเดินอาหารโดยเฉพาะเชื้อไวรัสจะผ่านไปยังต่อมน้ำเหลืองใน peyer’s patch แล้วจะกระตุ้น T-lymphocyte ให้เปลี่ยนสภาพแล้วเข้าสู่ระบบหมุนเวียนโลหิต  ส่วนหนึ่งจะมี T-lymphocyte เวียนกลับคืน (Paoming) มาอยู่ที่ผนังลำไส้ทั่วไปส่วนหนึ่งจะไปยังเต้านม ปอด และ urogenital tract  ให้มีการตอบสนองเป็น immunologic reaction มาเป็น 2 แบบคือ
                1.  IgE – mediated reaction พบประมาณร้อยละ 10 ของการแพ้อาหารทั้งหมด
                2.  Non- IgE mediated reaction หรือ T-cell mediated reaction พบได้เป็นส่วนใหญ่ และสามารถรักษาให้หายหรือเกิด oral tolerance ได้  นอกจากนั้น ยังมีอาการแสดงทางคลินิกที่เป็น non-immunologic reaction ด้วย (3,4)

ผลของ allergen หรือ antigen ต่อเยื่อบุลำไส้
                เซลล์เยื่อบุลำไส้ซึ่งในผู้ใหญ่มีพื้นผิวถึง 400 ตารางเมตรยอมให้ allergen เข้าเยื่อบุในปริมาณที่ต่างกันเมื่อเข้ามาแล้วเกิดปฏิกริยาภูมิแพ้จึงมีการอักเสบเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆในลำไส้ (patchy lesions)  และเมื่อวัดชนิดของ T-lymphocyte ในเยื่อบุลำไส้ พบว่า Th1/Th2 (4) ในแต่ละส่วนที่มีการอักเสบ มีค่าแตกต่างกัน มีการ substance P จาก extrinsic enteric nerve และ TNF-a นอกจากนั้น mast cell ยังปล่อย (5HT), plalelet aggregation factor (PAF), leukotrienes และ prostaglandins
                ถ้า antigen สัมผัสกับ T-lymphocyte ก็จะเกิดการกระตุ้นการแพ้ได้ในแบบ sensitization แต่ถ้า antigen ถูก process ใน B-lymphocyte ก็จะเป็นไปตามกลไก 2 รูปแบบคือ ชนิดแรก มีการกระตุ้นผ่าน memory T cell เกิดเป็น 2ลักษณะคือ toleranceในระยะต่อมาการกระตุ้นให้เกิด oral tolerance เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปกับการรักษา โดยการใช้ Probiotics (11) ซึ่งจะทำให้เกิดความสมดุลย์ของ pro-inflammatory และ anti-inflammatory cytokines  ปรับความแข็งแรงของเยื่อบุผิวลำไส้ ลด gut permeability ที่นำไปสู่การดูดซึม antigen น้อยลง ซึ่งพบว่าอาการแพ้ที่เป็นผื่นหรือหวัดจะหายไปหลังได้รับ probiotics นาน 2 เดือน หรือเป็น immune stimulation แสดงอาการแพ้  ส่วนชนิดที่ 2 คือ ผ่านทาง naive T cell ก็เกิดเป็น tolerance คือไม่มีอาการแพ้ของอาหารนั้นได้  ดังนั้นอาการทางคลินิกที่แสดงออกมาจึงมีหลากหลายและมีระยะเวลาของการเกิดอาการแตกต่างกัน

อาการทางคลินิก
                อาการแสดงต่างๆของการแพ้โปรตีนนมวัวนั้น  มักจะเกิดอย่างรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง หลังการกินนมวัว  ทำให้มารดาสงสัยว่าน่าจะเกิดจากการแพ้โปรตีนนมวัว  แต่บางอาการเกิดหลังจากการกินนมวัว 48 ชั่วโมง จึงต้องใช้การสังเกตในความสัมพันธ์เหล่านั้นให้ดี
อาการเฉพาะที่เกิดจากการแพ้โปรตีนนมวัว
                1.  Cow  milk sensitive esophagitis
อาการสำรอกนม  อาเจียน  ร้องกวน หลังจากกินนมวัว เป็นอาการเด่นอย่างหนึ่งของการแพ้โปรตีนนมวัว และทารกที่อายุน้อยกว่า 1 ปี ก็มีอุบัติการของ gastroesophageal reflux (GER) สูงถึงร้อยละ 50  Salvatore S5 พบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของทารกอายุน้อยกว่า 1 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น GER นั้น พบว่ามีความสัมพันธ์กับการแพ้โปรตีนนมวัว ดังนั้น การวินิจฉัยแยกโรคทั้งสอง บางครั้งจำเป็นต้องอาศัยการงดนมวัวเพื่อแยกจากอาการแพ้โปรตีนนมวัวออกไปหรือจำเป็นต้องใช้การตรวจวินิจฉัย GER โดย 24 h pH monitor หรือการทำ esophageal biopsy เพื่อตรวจหา eosinophilic infiltration ในหลอดอาหาร
                2.  Cow  milk sensitive enteropathy (6)
อาการแสดงจะมีตั้งแต่เลี้ยงไม่โต ท้องอืด อุจจาระร่วงเรื้อรัง เมื่อตัดชิ้นเนื้อจากลำไส้มาตรวจก็มักจะพบว่ามีอาการอักเสบ villous atrophy เป็นหย่อมๆ (patchy lesion) และอาจจะพบภูมิคุ้มกันบางชนิดบกพร่องร่วมไปกับอาการ GER ได้
                3.  Cor  milk sensitive colitis
อาการถ่ายอุจจาระเป็นมูกเป็นเลือดของทารกที่เกิดจากการแพ้โปรตีนนมวัว จำเป็นต้องแยกโรคจากสาเหตุของลำไส้ใหญ่อักเสบจากสาเหตุอื่นๆ บางครั้งการวินิจฉัยโรคจำเป็นต้องทำการส่องกล้อง proctosigmoidoscopy และตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ ซึ่งจะพบว่ามี eosinophilic colitis
                4.  Multiple food allergy
ทารกที่มีอาการแพ้โปรตีนนมวัว และมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว หรือเป็น atopy มักเป็นการแพ้สารโปรตีนอื่นๆในอาหารด้วย และอาการแพ้โปรตีนอื่นๆนอกจากนมวัวก็จะพบเมื่อเด็กอายุมากขึ้น  โปรตีนที่อาจแพ้ได้ ได้แก่ โปรตีนถั่วเหลือง  ไข่  ข้าวสาลี  ถั่วลิสง  เนื้อวัว  ปลา และข้าว     de Boissieu7  รายงานถึงการแพ้โปรตีนหลายชนิดรวมทั้ง extensive hydrolysed formula

อาการแสดงของการแพ้อาจสรุปดังในตารางที่ 1

          ตารางที่ 1              อาการแสดงของปฏิกริยาภูมิแพ้แบ่งตามเวลา*(8,9)

สูตรนม

 

ปฏิกริยาทันที
(< 1 ชม.)

ปฏิกริยาหลังการทดลอง
(1-24 ชม.)

ปฏิกริยาช้า
(> 24 ชม.)

ปริมาณนมวัว
ผิวหนัง

ทางเดินอาหาร

ทางเดินหายใจ

การวินิจฉัย

small vol.
(+++) urticaria
morbiliform rash
(+) vomiting

(+) wheeze, sneeze

SPT, RAST
Open or DGPCFC

medium vol.
-

(+++) vomiting/ diarrhea
(-)


Open or DBPCFC

 

large vol.
(+) eczema

(++) diarrhea

(++)

DBPCFC, patch
open challenge

*              SPT = Skin prick test
                RAST = Radio allegro-sorbent test
                DBPCFC = Double blind placebo controlled food challenge

                การเกิดการแพ้โปรตีนนมวัวนั้น ส่วนใหญ่พบในทารกน้อยกว่า 2 ปี ซึ่งในกลุ่มที่มีอาการรุนแรงเป็น anaphylaxis9 เกิดทันทีเมื่อได้รับ casein, b-lactoglobulin หรือ lactalbumin เพียง 1 ไมโครกรัมเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ทารกจะมีอาการแสดง เช่น อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระเป็นน้ำ  ปวดท้อง  มีผื่นผิวหนัง อาการเกิดใน 2-24 ชั่วโมง หลังจากได้รับนมวัวปริมาณมากขึ้น และยังพบว่าทารกหลายรายได้รับนมวัว 100 มล. ไม่เกิดอาการเหล่านั้น  แต่เมื่อได้รับนมวัวมากขึ้นเป็น 200 มล แล้วจะเกิดอาการขึ้นได้
การวินิจฉัยการแพ้โปรตีนนมวัวจึงยังคงยึดหลักของ Goldman criteria(10) ดังนี้
                1.  อาการหายไปหลังจากงดโปรตีนนมวัว
                2.  อาการกลับเป็นใหม่ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากทดสอบด้วยนมวัวปริมาณ 100 มล.
                    ถ้าไม่มีอาการเกิดขึ้นอีก ให้เพิ่มปริมาณนมวัวที่ทดสอบขึ้น และหากไม่มีอาการอีกให้
                    ทดสอบการกินนมวัวในปริมาณมากในครั้งต่อไป
                3.  การทดสอบได้ผลบวกทั้งระยะเวลาการเกิดอาการแพ้และอาการทางคลินิก
                    เป็นจำนวน 3 ครั้ง
                4.  อาการทั้งหมดหายไปหลังจากการทดสอบทุกครั้ง
                อย่างไรก็ตาม มีผู้พยายามปรับจำนวนครั้งของการทดสอบ จาก 3 ครั้ง เหลือเพียง 1 ครั้ง เพื่อให้เหมาะสม หากไม่แน่ใจจึงจะทำซ้ำจนครบ 3 ครั้งดังเดิม การทำการทดสอบด้วนมวัว อาจจะต้องเริ่มให้นมครั้งละน้อยๆ ซึ่งจะกล่าวรายละเอียดถึงวิธีการทดสอบการแพ้โปรตีนนมวัวต่อไป
นอกจากการทดสอบแล้วยังมีการใช้วิธีการตรวจ เช่น skin prick test (SPT), patch test; RAST  ซึ่งพบว่าหากได้ผลเป็นลบจริง สามารถวินิจฉัยว่าไม่แพ้อาหารนั้น แต่หากการทดสอบผิวหนังได้ผลเป็นบวก ก็ยังต้องทำ DBPCFC  ต่อ เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
                กลุ่มอาการโรคที่มีมาด้วยอาการอาเจียนหรืออาเจียนเป็นเลือด ต้องตรวจพิเศษเพื่อแยกโรคอื่นออกไป ได้แก่ การทำ 24-hr pH monitoring หรือ esophagogstroscopy เพื่อตรวจชิ้นเนื้อของหลอดอาหารว่าไม่ใช่โรค eosinophilic esophagitis ที่ต้องใช้ยารักษา เช่น corticosteroid หรือ cow milk sensitive colitis ที่ถ่ายเป็นมูกเลือด ก็ต้องตรวจแยกสาเหตุของการติดเชื้อบิด เชื้อโรคอื่นซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยกว่าที่ทำให้ทารกถ่ายเป็นเลือดได้ จำเป็นต้องทำ proctoscopy หรือ colonoscopy เพื่อดูรอยโรคและพยาธิวิทยาของโรค และเป็นการติดตามการรักษาด้วย

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
                CBC อาจพบอาการซีดจากการขาดธาตุเหล็ก อาจพบ eosinophil สูงขึ้น
การตรวจอุจจาระอาจพบ eosinophil และ occult blood ได้  ถ้าถ่ายมีมูกเลือดมักพบเม็ดเลือดแดงมากกว่าเม็ดเลือดขาว
                การตรวจทางชีวเคมีในรายที่มี reflux esophagitis protein losing enteropathy และ colitis อยู่นานพบมี albumin / globulin ratio ต่ำลงได้
การตรวจพิเศษ
                Skin test
                ใช้วิธี skin prick test7 โดยใช้โปรตีนที่จะทดสอบละลายให้มีความเข้มข้นเป็น  1:10 หรือ 1:20 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร หยดลงผิวหนังด้านท้องแขนหรือแผ่นหลัง อ่านผลภายใน 15-20 นาที หากพบปฏิกิริยาที่ผิวหนัง มีผื่นเป็นลักษณะแดง หรือ นูน เป็น wheal ขนาดใหญ่กว่าตัวควบคุมลบ (negative control) มากกว่า 3 มม. จัดว่าการทดสอบเป็นผลบวก  หากการทดสอบ SPT ได้ผลลบ จะสามารถบอกว่าทารกจะไม่มี immediate reaction หลังจากกินโปรตีนที่แพ้นั้น  อย่างไรก็ตาม เมื่อการทดสอบเป็นผลบวก ก็ต้องทำการทดสอบต่อด้วยการทำ bling food challenge ต่อไป

วิธีการทดสอบการแพ้โปรตีนนมวัว  (Milk  challenge) (11)
                ในทารกที่ไม่มีประวัติ anaphylaxis หรือการแพ้โปรตีนนมวัว ควรทำ skin prick test ก่อน โดยเช็ดผิวหนังด้วยผ้าก๊อซชุบนมวัว แล้วทิ้งไว้ 15 นาที เพื่อดูลักษณะผื่นลมพิษ หากเกิดผื่นให้งดการทดสอบทันที เฝ้าระวังและรักษาอาการแพ้ต่างๆที่จะตามมา และให้เด็กงดนมวัวไปอีก 12 เดือน แล้วจึงทดสอบใหม่
                ในระหว่างการทดสอบควรเตรียมการรักษา anaphylaxis ไว้ด้วย โดยเตรียม adrenalin 1:1,000 ยาต้านฮิสตามีน ชนิดฉีด  nebulizer และยา b2-stimulant bronchodilator และเตรียมการใส่ endotracheal tube หรือ Tracheostomy
                การเฝ้าระวัง ใน 60 นาทีแรก ควรมีพยาบาลหรือแพทย์คอยดูแลผู้ป่วยและดูอาการข้างเคียง
ได้แก่  ผื่นรอบปาก  ผื่นลมพิษ  จาม  อาเจียน  กระวนกระวายแล้วซีด  หอบเสียงวี้ด  ไอ  ถ่ายเหลว  stridor  collapse
หากใน 60 นาที ไม่มีอาการแพ้จากการทำ skin test  จึงตามด้วยการให้นมวัวทางปาก (Milk challenge test)  ตามกำหนดดังนี้
                1.  หยดนมวัว 1 หยด ลงบน ลิ้นทารก    แล้วเฝ้าอาการ ภายใน 15 นาที
                2.  ถ้าไม่มีปฏิกิริยาใดๆ หยดนมวัว   3 มล.  แล้วเฝ้าอาการ  ภายใน 15 นาที
                3.  ถ้าไม่มีปฏิกิริยาใดๆ หยดนมวัว  10 มล.  แล้วเฝ้าอาการ  ภายใน 15 นาที
                4.  ถ้าไม่มีปฏิกิริยาใดๆ หยดนมวัว  30 มล.  แล้วเฝ้าอาการ  ภายใน 15 นาที
                5.  ถ้าไม่มีอาการเลย ให้กินนมวัวได้ แต่ไม่ควรเกิน วันละ 200 มล.
การทดสอบโปรตีนอื่นๆ
                                อาหารหลายชนิดสามารถทำเป็นผงและบรรจุอยู่ในแคปซูลเพื่อการทดสอบได้ เช่น non fat powdered dry milk ไข่ขาวผง   ผงข้าวสาลี   ถั่วลิสง    มะม่วงหิมพานต์   แอลมอนด์  สามารถบดโดยเครื่องปั่นบดอาหาร   อาหารประจำวันต่างๆ เช่น เนื้อหมู  เนื้อวัว  สามารถสับบดให้ละเอียดได้ เนื้อปลาหรือหอย ก็ทำให้แห้งโดยเตาอบหรือเตาไมโครเวฟได้แล้วจึงเอามาสับบดให้ละเอียดแล้วจึงใส่ในแคปซูล หรือผสมกับน้ำผลไม้ เพึ่อให้เด็กกิน
                                ก่อนการทดสอบ ควรให้งดอาหารที่สงสัยว่าจะแพ้ อย่างน้อย 7 วัน แล้วทดสอบแบบ DBPCFC
                                การทำ DBPCFC ควรเว้นระยะการทดสอบให้นานกว่าระยะเวลาที่เกิดอาการแพ้จากการกินอาหารครั้งแรก  และเพิ่มขนาดของอาหารที่ทดสอบเป็น 2 เท่า จนกว่าจะได้ปริมาณอาหารที่ทดสอบเป็น 8-10 กรัม ของอาหารแห้ง ( dry weight ) หรือ เป็น 60-100 กรัม ของอาหารเหลว (wet weight ) จึงให้ทารก กินโปรตีนนั้นร่วมกับอาหารมื้อปกติได้  การทำ DBPCFC ซ้ำในรายที่ให้ผลบวกแสดงอาการแพ้อยู่ ควรทิ้งระยะห่างกัน 1-3 เดือน หรือในทารกที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงอาจหยุดการทดสอบ ไปเป็น 1-2 ปีได้ เพื่อจะให้มี oral tolerance เสียก่อน
การรักษาหรือการทำให้เกิด oral tolerance(11,12)

การเกิด  oral  tolerance
                อาการที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นของการแพ้โปรตีนในอาหาร แสดงว่าระบบทางเดินอาหาร สามารถสร้างความยอมรับ food allergen ได้   โดยมีการศึกษาพบว่า เมื่อการแพ้เกิดขึ้น antigen สัมผัสกับ B cell และ T cells มีการกระตุ้นให้สร้าง cytohines ต่างๆ เกิดการอักเสบอวัยวะต่างๆ จนมีอาการแสดงทางคลินิก ต่อมาเมื่อ B cell ไม่ได้รับการกระตุ้น และ T cell หรือ antigen presenting cells อื่นๆ  หยุดสร้าง cytokines จึงเกิดภาวะ apoptosis และ anergy เป็นการปรับสภาพภูมิต้านทาน จึงเกิด T cell tolerance ได้  จากการทดสอบในหนู จากรูปที่ 1 ดังนั้นจะสังเกตได้ว่า ในเด็กโตที่เกิดภาวะการแพ้สารโปรตีนในอาหาร เมื่อหยุดสารโปรตีนนั้นในระยะหนึ่ง ก็จะเกิดการยอมรับโปรตีนนั้นในเวลาต่อมาได้หลังจากที่ได้รับการกระตุ้นให้มี oral tolerance อย่างถูกวิธีแต่ทารกวัยขวบปีแรก มีการทำงานของ Th cell น้อยมาก จึงไม่พบภาวะ oral tolerance ต่อโปรตีนนมวัวในขวบปีแรก จากรูปที่ 2 Strobel และคณะพยายามอธิบายกลไกของการเกิด oral tolerance เมื่อให้กินโปรตีนที่แพ้ในปริมาณที่มากขึ้น จะเกิด oral tolerance  ได้ดีกว่ากิน จำนวนน้อย เนื่องจากเกิดเป็น anergy ขึ้น แต่ถ้า anergy  จำนวนน้อย ก็ทำให้เกิดการกดการสร้าง IL4/IL 10 secreting Th2 cell และ TGF b secreting cells ได้เหมือนกัน
                แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเปลี่ยนนมให้เด็กทุกครั้ง ต้องทำ oral challenge เสียก่อน การทำ oral challenge มีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
                1.  ยืนยันการวินิจฉัยการแพ้โปรตีนนมวัว
                2.  ทดสอบการหายจากการแพ้โปรตีนนมวัว หรือการเกิด oral  tolerance

การรักษา
                การรักษาที่แน่นอนที่สุดคือ งดอาหารที่เป็นสารก่อแพ้นั้น ซึ่งจะทำได้ดีในทารกที่กินแต่นมมารดาแต่อย่างเดียว บางรายไม่ต้องงดกินอาหารที่ถูกแพ้ด้วย เพราะสางก่อแพ้ผ่านมาทางน้ำนมแม่ได้ หรือสามารถเลือกนมสูตรสำเร็จที่ผลิตเพื่อการรักษาทารกที่แพ้โปรตีนนมวัวโดยเฉพาะ คือ extensive hydrolysed formula และ amino acid formula  เนื่องจากโปรตีนในนมวัวมี cross reactivity ต่อโปรตีนในนมอื่นๆค่อนข้างมาก จึงควรใช้ extensive hydrolysed formula หรือ amino acid formula13,14  นมที่ผ่านกระบวนการ pasteurization ที่ 75 องศาเซลเซียส นาน 15 วินาที จะยังคงมีส่วนเป็น allergen อยู่ได้ นมทีผ่านกระบวนการย่อยสลายระดับextensive hydrolysed จะมี immuno reactive protein น้อยกว่าร้อยละ 1 ในกรณีที่มีอาการอุจจาระร่วงและการดูดซึมบกพร่องจาก cow milk protein sensitive enteropathy แต่ถ้าไม่มีปัญหาของการย่อย lactose เช่น อาเจียน หรือถ่ายเป็นเลือดก็สามารถให้นมมารดาได้(15)
การกระตุ้นให้เกิด oral tolerance ทำควบคู่ไปกับการรักษา16 โดยการใช้ probiotics(17) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่เกาะเยื่อบุจะทำให้เกิดความสมดุลย์ ของ pro-inflammatory และ anti-inflammatory cytokines  ปรับความแข็งแรงของเยื่อบุผิวลำไส้ ลด gut permeability การดูดซึม antigen น้อยลง ซึ่งพบว่าอาการแพ้ที่เป็นผื่นผิวหนังหรือหวัดน้ำมูกไหล จามจะหายไปหลังได้รับ probiotics นาน 2 เดือน
                การใช้ยาต่างๆ เช่น ยาแก้คัน (antihistamine) หรือ Ketotifen อาจใช้ในรายที่เป็น IgE mediated ได้  ส่วน Montelukast มีผู้ทดลองใช้ในบางราย แต่ยังไม่ได้ผลการรักษาที่แน่นอน


รูปที่ 1 กระบวนการเกิด oral tolerance

Oral tolerance

ตารางที่ 3   ชนิดของโปรตีนในนมสูตรต่างๆ

สูตรนม

เด็กที่มี CMPA เกิดอาการแพ้ได้ ร้อยละ

ข้อสังเกต

Other mammalian milk

Soy

Extensively hydrolysed formula

 

Peptide based

Amino acid based

> 95

40-50

5-10

 

5-10

< 1

ไม่เหมาะสำหรับทารก

ทำได้ง่ายเหมาะสำหรบเด็กโต

Casein หรือ whey-based (Partially hydrolysed ทำได้ง่ายแต่ทารกอาจรับไม่ได้

เด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวรับได้ร้อยละ 90
เด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวรับได้ร้อยละ 99

CMPA = Cow’s milk protein allergy

ตารางที่ 4  ปริมาณ  B-lactoglobulin* ที่ทำให้เกิดการแพ้ได้มากในสูตรนมวัวชนิดต่างๆ*

Formula B – LG in ug/g


Beba – H.A  (pHF)
Alfa – Re  (eHF)
Profylac (eHF)
Pepti – junior (eHF)
Nutramigen (eHF)  
Nutri – junio (AAF)
Neocat (AAF)                                                                                  

04/83
0.12
0.066
0.0061
0.014
0.031
0.0016


pHF  =  partially hydrolysated Formula
eHF  =  extensively hydrolysed Formula
AAF =  amino acid Formula
*b-laotogloluliv วัดโดยวิธี ELISA

การพยากรณ์โรค

                การแพ้โปรตีนในอาหารจะหายไปได้เองร้อยละ 50 เมื่ออายุ 1 ปี ร้อนละ 75 เมื่ออายุ 2 ปี ร้อยละ 85 เมื่ออายุ 3 ปี และอาจยังคงแพ้อยู่ประมาณร้อยละ 3 เมื่ออายุ 8 ปี
               

เอกสารอ้างอิง

1. Strobel S, Ferguson A.  Systemic tolerance or priming is related to age at which antigen is first encountered.  Pediatr Res 1984; 18(7):588-94.
2. Host A, Koletzko B, Dreborg S, Muraro A, Wahn U, Agge HP et al.  Dietary product used in infants for treatment and prevention of allergy. Arch Dis Childh 1999; 81(1):80-4.
3. Hill DJ, Firer MA, Ball G, Hosking CS.  Natural history of cow’s milk allergy in children : immunology outcome over 2 years.  Clin Exp Allergy 1993; 23:124-31.
4. Hill DJ, Firer MA, Shelton MJ, Hosking CS.  Manifestations of milk allergy in infancy : clinical and immunologic findings.  J Pediatr 109; 270-6.
5. Salvatore S, Vandenplas Y . Gastroesophageal  reflux and cow’s milk allergy ; is there a link ? Pediatrics ;110:972-84.
6. Walker-Smith JA. Gastrointestinal food allergy in diseases of the small intestine in childhood 4th edition Walker-Smith, Murch S. editors. ISIS Medical Media  Oxford 1999 p.217-30.
7. de Boissieu D, Matarazzo P, Dupont C. Allergy to extensively hydrolysed cow milk protien in infants : identification and treatment with an amino acid based formula. J Pediatr 1997 ; 131 :774-7.
8. Hill DJ, Ford RP, Shelton MJ, Hosking CS.  A study of 100 infants and young children with cow’s milk allergy.  Clin Rev Allergy 1984; 2:125-42.
9. Boulton RS, St.Louis D, Lindley KJ, Milla PJ.  Immunomodulation of the enteric neuromusculature in cow’s milk allergy.  J Pediatr Gastr Nutr 1995; 20:447
10. Goldman AS, Anderson DW, Sellus WA, Saperstein S, Kniker WT, Halpern SR.  Milk allergy, oral challenge with milk and isolated milk proteins in allergic children.  Pediatrics 1963; 32:425-43.
11  David TJ. food and food additive intolerance in childhood, David TJ, editor. Blackwell Scientific Publications ,London 1983 editor David TJ  P. 62-9.
12. Strobel S, Ferguson A.  Immune responses to fed protein antigens in mice.  Pediatr Res 1984; 18(7):588-94.
13. Vanderhoof JA, Murray ND, Kaufman SS. Intolerance to protien hydrolysate infant formulas: identification and treatment with amino acid based formula.J Pediatr 1997 ; 131:741-4.
14. American Committee of Pediatrics, Committee on Nutrition. Hypoallergenic infants formula. Pediatrics 2000: 106 :346-9
15. Isolauri E.  Breast feeding of allergic infants.  J Pediatr 1999; 134:27-32.
16. Strobel S, Mowat DM.  Immunity to dietary antigens : oral tolerance Immune today. 1998; 19:173-81.
17. Majamaa H, Isolauri E.  Probiotics : A Novel Approach in the management of Food allergy.  J Allergy Clinical Immunology 1997; 99:179-85.